Yeing's profileYeing ^^PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Stupid Girlถูกหลอก
ฉันถูกหลอกให้ทำสิ่งสารพัดด้วยความหวังลมๆ แล้ง ๆ ที่สุดท้าย วันนี้ก้ยังไม่ได้รู้ว่าเพื่ออะไร ทุกครั้งที่ ได้แค่อุปกรณ์ตัวหนึ่ง เมื่อหมดประโยชน์เธอก็ทิ้งไป ที่เจ็บปวดอยู่นี่ มิใช่ว่าไม่รู้ทันแต่เพราะรู้ เข้าใจในทุกสิ่ง แต่สิ่งที่ทำคือยอมให้เป็นแบบที่เธอต้องการ นั่นไงล่ะ...ที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ ทุกครั้งที่ทำลงไป เห็นความสุขบนใบหน้าของเธอ...ฉันเป็นสุข ทุกครั้งที่นึกถึงความจริง ...เธอทำดีกับฉันทุกครั้งที่ต้องการใช้ประโยชน..........ส่วนที่เหลือไม่ได้ใส่ใจ ทำให้หลายครั้งที่หลงคิดไปว่าเราพิเศษ ทั้งที่ความจริงไม่ใช่.....นั่นล่ะที่เจ็บปวด การอยู่ในสภาพเช่นนี้ให้ดีที่สุด เสพกับความสุขที่ได้ทำดีเพื่อเธอ เลิกใส่ใจกับสิ่งดี ๆ ที่เธอให้ก่อนที่จะหลอกใช้ แค่ถามว่าเธอต้องการอะไร แล้วทำให้เธอเท่าที่ทำได้ มีความสุขกับการที่ได้ดูแล..ก็พอ ไม่ได้ยอมให้หลอก ไม่ได้หลอกตัวเอง ...แค่อยากดูแล .. Thanks a lot kaaaaaตอนแรกวันนี้เป็นวันที่น่ากลัวที่สุด เราคิดว่า เราจะผ่านวันนี้ไปอย่างมีความสุขได้อย่างไร เพราะคนที่เห็นคุนค่าของวันนี้ที่สุด ไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป
แต่..... ขอบคุณ พี่โป้ง พี่เดี่ยว น้องปาล์ม พี่จ๊อด ที่ทำให้ค่ำคืนแรกผ่านไปอย่างมีความหมายและแสนสุขสันต์ให้ความอบอุ่นของพี่ ๆ น้อง ๆ ขอบคุณของขวัญที่น่ารักที่สุดในโลกของหุ้นส่วนร้านที่รัก(เจี๊ยบ กุ๊ก โจ)และแก๊งป้า ๆ ทุกคน(พี่จ๋า พี่เอ พี่สุ พี่ยุ พี่ต้อง)ค่ะ ขอบคุณคำอวยพรจากเพื่อนทุกคนที่หลั่งไหลมาจาก SMS ตั้งแต่นาทีแรกของวัน ขอบคุณคำอวยพร ที่ส่งผ่านทั้งทางคำพูดและแววตาของเพื่อนร่วมสาขาทุกคน ขอบคุณสมาคมนักแบดมินตันแห่งMC 5 ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกินอาหารจนพุงกางที่ร้านเหรียญแก้ว(พี่อ๋อ{พี่ใหญ่ในการเลี้ยงครั้งนี้} อีฟ[ที่ร่วมเลี้ยงรับปริญญาและวันเกิด] กุ๊ก อ้อง พี่บี ปอ เบลล์) สุดท้าย ครอบครัวที่แสนรักที่อบอุ่นเสมอโดยเฉพาะ แม่ และป้า ที่เพียงแค่นึกถึงความรักที่มีให้ ญ. ก็อบอุ่นที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ
ความรักอยู่กับเราเพียงเราสร้างมันขึ้นมา วันเวลาที่ดีกับวันเวลาที่เลวร้าย เกิดขึ้นได้ง่ายและยาก ขึ้นอยู่กับเรา พยายามและกำหนดมัน วันสำคัญ คนสำคัญเมื่อวันสำคัญแห่งปีกำลังก้าวเดินทางมาถึงอีกครั้งหนึ่ง หัวใจไหว ๆ กับความรวดเร็วของเวลาที่ผ่านเข้ามา
อีกปีหนึ่งแล้วหรือ....กับการเติบโตของบางสิ่ง กับการหยุดอยู่ของอีกหลายสิ่ง
ชีวิตที่เดินต่อไป... ยิ่งเดิน ยิ่งห่างไกล สิ่งที่เราเรียกว่า “อดีต” ....ออกไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ
แม้การโหยหาในบางสิ่ง ก็ทวีขึ้นตามระยะทาง แต่ไม่มีสิ่งใดหวนคืนกลับมาได้อีก ผลักดันให้หัวใจค่อย ๆ เข้มแข็งและเติบโต
การเห็นชีวิตของเราชัดเจนขึ้น ตรงกันข้ามกับสายตาที่สั้นลงตามอายุไข
วันนี้..... อีกวันที่น้ำตาของฉันไหลอยู่ในอก เมื่อคิดถึงเรื่องบางเรื่องที่ไม่มีวันหวนคืนมา ช่วงเวลาที่แสนวิเศษของคนสำคัญที่สุดในชีวิตฉัน ช่วงเวลาที่ฉันเกิด คนที่คลอดฉันออกมา คนที่ไม่มีวันหวนคืนมา
ทุกครั้งที่หลับตาฉันยังจำความอบอุ่นของอ้อมกอดแสนรักนั้นได้ดี ทุกครั้งที่หลับตาฉันยังเห็นใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา ความหวัง ทุกครั้งที่หลับตาการกระทำทุกอย่างนั้นยังเป็นมโนภาพที่ชัดเจน และแม้ไม่ต้องหลับตา..ความรักที่ฉันมีต่อเขาคนนั้นมากมาย ชัดเจน และเป็นพลังเสมอ และนั่นแหละที่ผลักดันให้ฉันเติบโตและเข้มแข็งขึ้น กับน้ำตาแห่งความรักที่รินออกมาเพื่อ ผู้หญิงที่ฉันรักที่สุดคนนี้
แม่... Life is living stepผ่านวันเวลามาเรื่อย ๆ กับชีวิตที่มีเรื่องราวที่เปลี่ยนแปลงไปมาทุกวัน เรื่องราวมากมายผ่านเข้ามา การตัดสินใจใหม่ ๆ ในทุก ๆ วัน ทุกสิ่งเปลี่ยนใหม่ มีคนถามฉันว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตที่ไม่มั่นคงแบบนี้ของตัวเอง ฉันตอบกลับไปในทันใดว่า "เดินต่อไปเรื่อย ๆ อย่างสุขใจกับการเปลี่ยนแปลงนั้น" ชีวิต ไม่ใช่เรื่องที่มีความแน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ....ฉันก็แค่ก้าวเดินไปเรื่อย ๆ บนเส้นทางที่ไม่มีวันสิ้นสุดตราบเท่าที่ชีวิตฉันคงคงอยู่ ฉันชอบคำว่า "บากบั่นมุ่งไป" นะ ...ฉันว่าฉันกำลังทำสิ่งนั้น ....ฉันมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าข้างหน้าของฉันคืออะไร ต้องเดินไปทางทิศไหน....สิ่งที่ฉันเห็น..ก็แค่สิ่งที่ปลายทาง ที่อยู่ในมโนภาพจินตนาการขอฉันเอง แม้มันจะเลือนลางเหลือเกิน แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือการมีความสุขกับวันนี้ไงล่ะ มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทำและเป็นทุกอย่างได้ไปดูหนังเกาหลีเรื่องหนึ่งมา เป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีแต่ความรักที่เป็นไปไม่ได้เลย มาตลอดชีวิต .....เนื่องจากเป็นคนอ้วน โดยเนื้อเรื่อง ๆ นี้สำหรับเราแล้วเป็นเรื่องตลาด ๆ ทั่วไป ที่เห็นหนังหลายเรื่องทำขึ้น อาจจะเป็นด้วยสาเหตุที่ปัจจุบันโลกของเราตัดสินคุณค่าของความเป็นคนโดยใช้เรื่องรูปร่างหน้าตาแป็นปัจจัยหลักปัจจัยหนึ่งก็เป็นได้ เนื้อเรื่องทำให้ผู้หญิงคนนี้ดำเนินชีวิตไปในเส้นทางของการทำศัลยกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งความสวยที่สังคมยอมรับ คำชื่นชมที่จะมาแทนคำด่าและความรังเกียจที่มีต่อตัวเธอของสังคม เพื่อลบคราบน้ำตาทุกหยดที่สังคมทำขึ้นกับชีวิตของเธอมาโดยตลอด ความสนุกสนานของเรื่องเกิดขึ้นโดยความสามารถในการผลิตของประชาชนชาวเกาหลีจริง ๆ ค่ะ ทั้งสนุก ตลก เศร้า ... ได้ทุกอารมณ์ในเรื่องเดียว จุดที่สำคัญที่สุดของหนังเรื่องนี้สำหรับฉันแล้วก็คือ คำสอนของพ่อนางเอก ที่ในเรื่องนี้เป็นบุคคลซึ่งต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลทางจิตที่ว่า “มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทำได้ทุกอย่าง ดังนั้นเราจงทำในสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุด” วันนี้ถ้อยคำนี้เข้ามากระทบใจของฉันให้สั่นไหว น้ำในตาค่อย ๆ ไหลออกมา หวนคิดทบทวนถึงเรื่องราวหลายเรื่องราวที่ไหลผ่านมาแล้วในอดีต เกิดเป็นกำลังใจอย่างเท่าท้นทวีคูณ ซึ่งฉันเองเชื่อว่าผู้สร้างภาพยนต์เรื่องนี้คงมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะสื่อสารถ้อยคำนี้ออกมาเป็นแน่แท้ และคิดว่าหลายคนที่ได้ชมผลงานชิ้นนี้แล้วได้ลองใคร่ครวญสักหน่อย จะได้สัมผัสถึงความจริงที่แสนจะเอิบอิ่มใจนี้ด้วยเช่นกัน อีกอย่าง... ความมุ่งมั่นและตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการทำสิ่งที่ตนเองมุ่งหวังเพื่อ ก้าวสู่สิ่งใหม่ในโลกที่โหดร้ายของผู้หญิงคนนี้ คงเป็นการบอกกล่าวเรื่องความตั้งใจจริง และเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆที่รออยู่ของทุกคนด้วย สำหรับฉันแล้วหนังเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไร้สาระเลยนะ ชอบ เกมรักอยากให้เข้าเล่นอันนี้กันอ่ะwww.loveanalyst.com/54607.love ออกกำลังกาย....เพื่อนชวนทำอะไรดี ๆ กับวันแห่งการตั้งใจเรียนของทุกคน ที่เราออกเดินทางจากบ้านตอนเก้าโมง ซึ่งเป็นเวลาเข้าเรียนดังนั้นจึงเข้าห้องเรียนช้าไปหนึ่งชั่วโมง
เป็นการเรียนที่ดีนะ อาจารย์ให้ตัวอย่างทุกอย่างได้ดู
พอตอนกลางวันทุกคนก็วุ่นวายเดินออกจากห้องไปกินข้าวกัน มองซ้ายมองขวาหาโตนกะบ๊อบไม่เจอแล้ว ฉันเดินไหลไปเรื่อย ๆ เหมือนทุกครั้ง หนิงกะกุ๊กที่เดินรั้งท้ายมาด้วยกัน พร้อมกับแก๊งพี่ต้อง พี่สุ พี่เอ พี่จ๋า เห็นพ้องต้องกันว่าอยากเปลี่ยนที่กินข้าวไปที่อื่นที่ไม่ใช่ท่าชัยบ้าง เราเดินเผชิญแดดจากท่าชัยผ่านสนามที่สาวๆรองเท้าส้นแหลม ได้ของฝากเป็นดินโคลนติดมากด้วย
พอมาถึงเห็นที่นั่งเป็นเบาะนวมขนาดใหญ่ราวกับเก้าอี้ผู้บริหาร อาหารก็น่าตาดี แอร์เย็น....
เมื่อทุกคนตกลงใจเลือกกินข้าวที่นี่ สิ่งแรกฉันเดินไปซื้อคือกาแฟเพื่อแก้ง่วงในการเรียนตอนบ่าย สั่งกาแฟเสร็จก็ไปซื้อลูกชิ้น หนิงกะกุ๊กลงความเห็นให้กินส้มตำ ...ตกลงตามนั้น..
อาหารมื้อนี้สุดแสนอร่อยสำหรับทุกคน สนุกสนานไปกับเรื่องเล่าบนโต๊ะอาหาร ซึ่งก็คือการพูดถึงบรรยากาศรอบ ๆ ที่เต็มไปด้วยคนแปลก ๆ ใหม่ ๆ และผู้ชายหล่อ ๆ(เนี่ยล่ะประเด็น)ซึ่งทุกสายตามองมาที่โต๊ะเรา ราวกับเป็นห้องอาหารนี้ "ขาดผู้หญิงมานาน" "พวเราสวย" หรือว่า "อีพวกนี้เสียงดังจัง" ....
แต่ไม่ว่าอย่างไร การมองถูกมองจากทุกสายตาในครั้งนี้ทำให้เราไม่กล้ามองออกไปนอกโต๊ะเลยด้วยความเขิน (แอบคิดว่าอย่ามามองเค้ามากได้ไหม เดี๋ยวเค้าสึก)คือแบบว่าปกติชอบมองแทะโลมผู้ชายมากกว่าถูกมองนี่น่า(พักนี้ยิ่งอ้วน ๆอยู่)
พอกลับมาเพื่อนทุกคนในสาขาถึงกับลงความเห็นว่าอยากไปทานข้าวที่เดียวกันบ้าง (ฮ่าฮ่า)
พี่บีหิวน้ำขึ้นมาเลยไปซื้อน้ำที่โรงอาหารนี้บ้าง แล้วกลับมาหน้าเศร้าบอกทุกคนว่า "ตลาดวายแล้วว่ะ"(อิอิ)
ตอนบ่ายนั่งรออาจารย์อยู่หน้าห้องเกือบสองชั่วโมง พี่บาสโทรตามปรากฎว่าอาจารย์ลืม ทุกคนเดินทางกลับบ้านกันโดยด่วน กุ๊กกะโจชวนให้ไปตีแบดด้วย ซึ่งพอคิดว่าจะได้ออกกำลังกายก็พยักหน้าไปโดยอัตโนมัติ
ไปถึงคอร์ดแบด ได้รู้ว่ามีคนมาหลายคน มีรายชื่อสมาชิกดังต่อไปนี้ พี่อ๋อ พี่ตรี อีฟ แยม กุ๊ก ปอ เบลล์ พี่บี อ้อง แจน ปลา กัส
เนื่องจากมาโดยไม่ได้คาดคิด ต้องขอบคุณพี่อ๋อให้ยืมกางเกง แยมให้ยืมรองเท้า และคุณพี่สักคนที่เราขโมยไม้มาตอนแรกซึ่งคิดว่าเป็นของเบลล์ (เสร่อมาก)
จับบัดดี้กับพี่อ๋อ ที่เล่นเท่าไรก็ไม่เหนื่อยแถมเก่งมากด้วย ปรากฎว่าตีไปประมาณ 7 เกมได้ เกมแรก ๆก็ตีดีเข้าขากัน พอเริ่มเกมที่สี่ก็แพ้ตลอดมา(ฮ่าฮ่า)
สี่โมงครึ่งก็แยกย้ายกันกลับ เหนื่อยกันสุด ๆ แต่ก็นับว่าคุ้มที่ได้ออกกำลังกาย ครั้งหน้าก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมกว่านี้อ่ะ
ต่อไปถ้าไปได้เป็นกิจวัตรก็คงดีต่อสุขภาพร่างกายที่ต้องทั้งทำงานหนัก เรียนหนัก
มีเพื่อนที่ชวนกันทำอะไรดี ๆแบบนี้ ....ดีจังเลยนะ หายเร็วๆนะเธอรำคาญหรือ?
ไม่อยากคุยกันหรือ?
เหนื่อยหรือ?
ต้องการให้ฉันเจ็บปวดหรือ?
ไหนว่าไม่อยากให้ฉันไปไหน?
อยากให้เราเป็นอย่างนี้ตลอดไป
สิ่งที่เธอทำมันกำลังบอกว่าไม่ใช่...ไปให้ไกล....
ถ้าเป็นคนอื่นเธอจะทำอย่างนี้กับเขาไหม?
โดนตะคอกโดนว่า วางหูใส่
ฉันควรทำและควรคิดอย่างไร?
คนอ่อนโยน ใจดี หายไปไหน?
หัวเราะได้กับทุกคนยกเว้นแค่ฉันหรือ?
ขอบคุณที่ให้สิทธิพิเศษนั้น...
คนอ่อนไหวอย่างฉันจะอดทน
เข้าใจเธอในวันที่อ่อนล้า
แม้ทุขใจอย่างไรให้มั่นคง..กับทุกคน
ไม่ต้องการบอกมาไม่ต้องทน
...ถ้าต้องการ....ให้กลับ....มาที่เดิม
ภาวะโลกร้อน:ธุรไม่ใช่? วันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมานี้ ได้ไปฟังการพูดคุยเกี่ยวกับเองภาวะโลกร้อนมาล่ะ น่าสนใจมาก ได้รายละเอียดจากการถอดเทปมา ก็เลยได้เอามาเผยแพร่ให้ทุกคนได้อ่านกัน ขอให้บันเทิงกันถ้วนหน้านะคะ
โลกร้อน: ธุระไม่ใช่
ด้วยปัจจุบัน โลกได้รับผลกระทบจากการกระทำด้วยน้ำมือมนุษย์ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม สิ่งที่เกิดขึ้นทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันไม่ใช่เภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว เพราะทุกคนถือเป็นประชากรหนึ่งในโลกใบนี้อย่างเท่าเทียมกัน เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2550 SVN ได้จัด SVN Talk ครั้งที่ 4/2550 หัวข้อ “โลกร้อน: ธุระไม่ใช่” ณ สถาบันศศินทร์ จุฬาฯ ชั้น 5 ห้อง 502 โดยผู้นำเสวนาครั้งนี้ประกอบด้วย ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คุณปิลันธน์ ธรรมมงคล และคุณสุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 ท่าน
ทำไมโลกร้อน? ดร.อานนท์ กล่าวว่า ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ส่งผลให้อุณหภูมิของบรรยากาศสูงขึ้นกว่าในอดีตเมื่อ 100 ปีก่อน 1 – 2 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิตและมีผลทำให้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไป การที่อุณหภูมิน้ำทะเลร้อนขึ้นทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น แพลงตอน แบคทีเรีย ฯลฯ บางชนิดหายไป บางชนิดเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดโรคและพาหะของโรคชนิดใหม่ ในส่วนของระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะ ส่งผลกระทบต่อป่าชายเลนและป่าชายหาด น้ำทะเลที่ร้อนขึ้นยังนำไปสู่ปรากฎการณ์การฟอกขาวของปะการัง หากประเทศต่างๆ ไม่มีการควบคุมภาวะโลกร้อนไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม คาดว่าในระยะเวลา 100 ปีข้างหน้าอุณหภูมิของโลกจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันถึง 45 องศา ก่อให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรง 1 ใน 4 ของประชากรโลกจะไม่สามารถดำรง ชีวิตได้
ภาพจาก Global Warming Exhibition of National Academy of Science (US)
แต่การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของ CO2 ที่ออกมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม รถยนตร์ หรือการกระทำใดๆ ที่เผาเชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ) ส่งผลให้ระดับปริมาณ CO2 ในปัจจุบันสูงเกิน 300 ppm (300 ส่วน ใน ล้านส่วน) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 แสนปี ซึ่ง คาร์บอนไดออกไซด์ ที่มากขึ้นนี้ ได้เพิ่มการกักเก็บความร้อนไว้ในโลกของเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็น ภาวะโลกร้อน ดังเช่นปัจจุบัน ประกอบกับมีการนำทรัพยากรใต้พิภพมาใช้มากยิ่งขึ้น เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นการขุดขึ้นมาใช้ ยังรวมถึงพลังงานไฟฟ้าด้วย นอกจากปรากฎการณ์เรือนกระจกที่เกิดขึ้น ที่เป็นสาเหตุหลักในการก่อให้เกิดโลกร้อนแล้ว แต่ยังมีผลร้ายอื่นๆ อีกนอกเหนือจากโลกร้อนคือ ความเป็นกรดของน้ำสูงขึ้น ซึ่งเมื่อเป็นกรดมากขึ้นเท่าไหร่นั้นหมายถึงสัตว์ทะเลก็จะไม่สามารถอยู่อาศัยได้ดังเดิม เมื่อพิจารณาความร้อนของโลกตามผลการวิจัยพบว่า อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 1 องศา ผลที่ออกมาแน่นอนไม่ทำให้ถึงตาย แต่ทำให้แผ่นดินร้อนมากกว่าน้ำ โดยปกติลมจะพัดจากที่เย็นเข้าหาที่ร้อน เมื่อพัดมากจะก่อให้เกิดฝนตก ซึ่งส่งผลให้บริเวณชายทะเลมีฝนตกชุก ฤดูฝนจะสั้นขึ้น ก่อให้เกิดภัยบัติและน้ำท่วม
นี่คือปริมาณ CO2 ในปัจจุบัน (จุดสีเหลือง) ซึ่งตลอด 650,000 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีปริมาณ CO2 สูงกว่า 300 ppm (300 ใน ล้านส่วน) เลย จนกระทั่งปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงวิกฤติด้านโลกร้อน หากทุกคนไม่ช่วยกันลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อย โลกนี้จะร้อนขึ้นอีกขนาดไหน
นี่คือปริมาณ CO2 ที่คาดการณ์ไว้ในอีก 50 ปีข้างหน้า หากเรายังไม่หยุดการปล่อย CO2 มหาศาล
ผลกระทบอีกประการหนี่งที่ส่งผลโดยตรงกับประเทศไทย คือ มรสุมฤดูแล้งจากทางเหนือของประเทศจีน ความหนาวจะไม่เหมือนในอดีต ลมมรสุมจะเบาลงแต่พัดนานขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีช่วงแห้งแล้งนานขึ้น ฉะนั้นสิ่งที่ต้องระวังคือการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำใช้ในเกษตรกรรม
ทำธุรกิจด้วยจิตสำนึก คุณปิลันธน์ ดำเนินธุรกิจฟอกย้อม อุตสาหกรรมสิ่งทอ การประกอบการประเภทนี้ต้องใช้ทรัพยากรน้ำเป็นหลักในการดำเนินการ ซึ่งใช้โดยประมาณ 200 คิว เมื่อเทียบกับธุรกิจทั่วไปคิดเป็น 20 เท่า ประกอบกับทำ CT (Clean Technology) โดยยึดหลักการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิตมากกว่าการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ หัวใจในการปรับปรุงกระบวนการผลิตยึดหลัก 1 A+3R ได้แก่ 1 A - Avoid = เลี่ยง คือ การใช้พลังงานอย่างไร้ค่า 1R – Reduce = ลด คือ ลดจำนวนการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง 2R – Reuse = ใช้ซ้ำ คือ นำสิ่งของที่ใช้แล้วกลับมาใช้อีกครั้ง 3R – Recycle = แปรรูปนำกลับมาใช้ใหม่ คือ การนำของใช้แล้วกลับมาแปรรูปผลิตใหม่ กระบวนการ 1A+3R ดังกล่าวส่งผลให้ปัจจุบันโรงงานสามารถลดการใช้น้ำสำหรับฟอกย้อมลงจาก 200 ลิตร เป็น 100 ลิตร ซึ่งผลผลิตออกมาจำนวนเท่าเดิม และส่งผลให้คืนทุนให้โรงงานได้เร็วอย่างคุ้มค่ามากขึ้น แต่หัวใจสำคัญในการทำ CT อยู่ที่จิตสำนึกของคน ทำอย่างไรให้พนักงานเห็นดี และสนุกที่จะทำกิจกรรมร่วมกัน การมองที่ตัวเงินเพียงอย่างเดียวจะไม่ได้จิตใจของคนทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากแต่ต้องเริ่มทำก่อนที่อะไรจะสายเกินไป ผลพลอยได้ที่แต่ละองค์กรทำนอกจากเพื่อโลกใบนี้แล้ว ยังส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง สามารถเพิ่ม Productivity ใน 3 ส่วนที่สำคัญ คือ 1.Quality คุณภาพ 2.Cost ต้นทุน และ 3.Delivery การส่งมอบ สิ่งสำคัญคือการปรับกระบวนการ ให้ความสำคัญทั้ง Input, Process, Output ทั้งกระบวนการมากกว่ามองที่ Output เพียงอย่างเดียว โดยประเด็นที่ต้องปรับปรุงมีด้วยกัน 3 ป ได้แก่ 1.ปรับปรุงคน 2.ปรับปรุงเทคโนโลยี และ 3.ปรับปรุงการจัดการ ทุกอย่างที่ดำเนินการต้องใส่ระบบการจัดการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน พร้อมทั้งเปลี่ยนมุมมองว่าทุกอย่างต้องเป็นไปได้ “ยิ่งทำเรายิ่งได้” คุณปิลันธน์ ยังกล่าวไว้อีกว่า ทุกวันสิ่งที่โต้เถียงกันคือมุมมองที่ต่างกัน อย่ากังวลจนไม่เกิดการทำ สิ่งจำเป็นต้องมีการแยกแยะว่าอะไรเป็นความจริง และสิ่งสำคัญที่ได้จากการทำ CT คือความยั่งยืนเกิดขึ้นที่เราเริ่มต้น
ร่วมกันใส่ใจ ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ร้อนขึ้น แน่นอนก๊าซธรรมชาติก็ต้องเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยมันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือการใส่ใจในสิ่งแวดล้อมด้วยจิตสำนึก ไม่ใช่แบ่งว่าเป็นภาระของใครหน่วยงานใดโดยเฉพาะ การสื่อสารให้ทุกคนตระหนักถึงภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะร้ายแรงถ้าเราไม่เริ่มทำอะไรกันเลย สิ่งที่ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สนใจเรื่องดังกล่าว อาจเป็นเพราะการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึง ขาดข้อมูลข่าวสาร และยังถือว่าเป็นเรื่องไกลตัว รัฐบาลต้องให้ความสำคัญพร้อมทั้งกำหนดนโยบายอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงปฏิบัติ ทำให้เป็นกระแสอย่างต่อเนื่อง ไม่หมดไปตามยุคสมัยหรือทำตามกระแสเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ต้องมีการศึกษาสภาพภูมิประเทศของไทยเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและหามาตรการป้องกัน ซึ่งภาครัฐกำลังหันมาให้ความสำคัญมีการกำหนดโครงการ CTM ที่เป็นโครงการว่าด้วยการพัฒนาสะอาดเพื่อแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจก ซึ่งอยู่ระหว่างการลงพระปรมาภิไธย ฉะนั้นหลายๆ ผู้ประกอบการต้องเริ่มดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ส่วนบุคคลทั่วไปเริ่มง่ายๆ ได้ที่ตัวท่านเอง เช่น การประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ลดการใช้รถส่วนตัว หลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของขยะ ใช้สินค้าที่อยู่ในท้องถิ่นให้มากขึ้นแทนการใช้สินค้าที่ต้องมีการขนส่งระยะไกล เป็นต้น เพื่อลดปัญหาโลกร้อนให้กลับมาเป็นโลกสวยงามดังเดิม
10 อย่างง่ายๆ หยุด ภาวะโลกร้อน
Apr 10th, 2007 by Global Warming Print This Post
คู่มือช่วยลด ภาวะโลกร้อน Ten Things To Do จาก An Inconvenient Truth
1. เปลี่ยนหลอดไฟ การเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้เป็นฟลูออเรสเซนต์หนึ่งดวง จะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 150 ปอนด์ต่อปี
2. ขับรถให้น้อยลง หากเป็นระยะทางใกล้ๆ สามารถเดินหรือขี่จักรยานแทนได้ การขับรถยนตร์เป็นระยะทาง 1 ไมล์จะปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ 1 ปอนด์
3. รีไซเคิลให้มากขึ้น ลดขยะของบ้านคุณให้ได้ครึ่งหนึ่งจะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 2,400 ปอนด์ต่อปี
4. เช็คลมยาง การขับรถโดยที่ยางมีลมน้อย อาจทำให้เปลืองน้ำมันขึ้นได้ถึง 3% จากปกติน้ำมันทุกๆ แกลลอนที่ประหยัดได้ จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 20 ปอนด์
5. ใช้น้ำร้อนให้น้อยลง ในการทำน้ำร้อน ใช้พลังงานในการต้มสูงมาก การปรับเครื่องทำน้ำอุ่น ให้มีอุณหภูมิและแรงน้ำให้น้อยลง จะลด คาร์บอนไดออกไซด ์ได้ 350 ปอนด์ต่อปี หรือการซักผ้าในน้ำเย็น จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปีละ 500 ปอนด์
6. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์เยอะ เพียงแค่ลดขยะของคุณเอง 10% จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 1,200 ปอนด์ต่อปี
7. ปรับอุณหภูมิห้องของคุณ (สำหรับเมืองนอก) ในฤดูหนาว ปรับอุณหภูมิของ heater ให้ต่ำลง 2 องศา และในฤดูร้อน ปรับให้สูงขึ้น 2 องศา จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 2,000 ปอนด์ต่อปี
8. ปลูกต้นไม้ การปลูกต้นไม้ หนึ่งต้น จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมัน
9. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่ ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ใช้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับพันปอนด์ต่อปีและอย่างสุดท้าย
ชีวิตไม่เจียมของแม่สาวขี้เกียจ
ชีวิตช่วงนี้มีเรื่องต้องทำมากมาย ทั้งทำงานและเรียน….. ก็เพราะเราเองล่ะ ที่หาเรื่องมาใส่หัวใส่ตัว ทั้ง ๆ ที่ตอนทำงานอย่างเดียวก็ไม่ได้มีเวลาว่างไปทำอย่างอื่น ทำงานมันเกือบจะตลอดเวลา รับโน่นรับนี่เหมือนเป็นคนเก่งทำได้ ... เฮ้อ.. แล้วนี่!!! คือไม่เจียม..อยากเรียนได้ด้วย ให้ชีวิตวุ่นวายเพิ่มขึ้น ซ้ำนะ...เรื่องความสัมพันธ์ในรูปแบบที่ห่างหายไปนาน ก็กลับมาวนเวียนในช่วงเวลาเดียวกันนี่อีกครั้ง ลูกๆ(ตับเป็ด เต้าหู้ เต้าฮวย เต้าส่วน โมจิ)ก็คงเหงาหงอยกันไปตามระเบียบ เพราะว่าแม่มีเวลาให้น้อยมาก
ตอนนี้ทางออกของเราก็คือ 1. ห้ามหารับเรื่องใด ๆ เข้ามารับผิดชอบอีก 2. ต้องมีระบบระเบียบในชีวิตให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเวลา และบังคับตัวเองให้ทำตามตารางเวลาให้ได้ (แบ่งเวลาที่ทำทุกอย่างได้อย่างสมดุล) 3. ใจเย็นและใส่ความรักกับเรื่องรอบตัวให้มากขึ้นอีก มองโลกให้สดใสสวยงามเสมอเหมือนเดิมให้ได้ ไม่เร่งเร้าตนเองและคนอื่น อดทน(2-3 ปีเท่านั้น มันก็จะผ่านไปด้วยดี) และให้อภัยง่าย ๆ ทั้งต่อตนเองและคนอื่น 4. ให้กำลังใจตัวเองในทุก ๆ วันเวลา เริ่มต้นและตั้งใจใหม่ในทุกเช้าทำให้ดีที่สุด และยอมรับผลที่เกิดขึ้นด้วยใจผ่อน 5. ตอนนี้นึกออกแค่สี่ข้อ ใครนึกออกอีกก็มาบอกหน่อยแล้วกัน
ทุกคนต้องช่วยกันภาวะนาให้เป็นไปได้ตามนี้และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ และที่สำคัญต้องเข้าใจด้วยถ้าไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลใครบางคนไป แต่ห้ามคิดว่าเราไม่ว่างแล้วไม่อยากรบกวนนะ รบกวนได้ตลอดเลยมีไรที่เราช่วยได้ ขอให้มาบอกเราจะมีความสุขมากที่ได้ช่วยบ้าง
เมื่อถูกตั้งคำถามกับการทำงานทำดีไม่ได้ดีมีถมไป ไม่ค่อยเชื่อคำนี้เท่าไรหรอกนะ งานเนี่ยบางทีทำมากไปก็ไม่ดี ทำน้อยไปก็ไม่ดีหรอกนะ แต่เวลาที่เราทำดีแล้วไม่มีคนเห็นซ้ำยังโดนด่า มันคงเป็นแรงผลักให้เราไม่อยากทำดีอีกต่อไปก็ได้จริงไหม แต่ถ้าคิดอย่างนั้นก็ผิดสิ บางครั้งเวลาที่เราทำอะไรเยอะๆ เหนื่อย ๆ กลับมีคนมาว่า เราก็ย่อมเสียใจเป็นธรรมดาจริงไหม ที่สำคัญคือเราทำอย่างไรกับความเสียใจนั้นต่างห่าก สิ่งสำคัญที่เราต้องทำคือให้อภัยในความไม่สมบูรณ์ของมนูษย์โลก และขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่ถูกกำหนดให้เกิดขึ้นเพื่อสอนเรา ให้เรียนรู้ อย่าข้ามผ่านไป จงทบทวน กอดตนเอง เช็ดน้ำตา และก้าวต่อไปเพื่อที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์มากขึ้นกว่าเมื่อวาน หรีอเมื่อนาทีก่อน ทำดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ คือเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง มิใช่เปลี่ยนแปลงคนอื่น เพราะการพิพากษาก็ไม่ใช่หน้าที่ของเรา เสียใจ ไม่ได้อะไรไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันนะ
รู้สึกว่าตัวเองบ้าบอ ที่ชอบสร้างเรื่องเสียใจให้ตัวเองเสมอเลย
เมื่อวานนี้ฉันก็สร้างเรื่องเสียใจให้กับตัวเองเรื่องหนึ่ง (..น่าสมนำหน้า)ด้วยการเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของคนอื่นมากจนเกินไป โดยให้ข้อแก้ตัวกับตัวเองอย่างสวยงาม ว่า "ฉันเป็นห่วง" ซึ่งความจริงใกล้เคียงกันมากกับกับว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง
ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้มัน ณ ที่สถานการณ์ใดกันแน่
กับมุมหนึ่งที่เรามองว่าเป็นความหวังดี แต่อีกฝ่ายอาจมองเป็นตรงกันข้ามก็ต้องมีขึ้นเป็นธรรมดา
ในเมื่อเราอยู่ในพื้นที่ ๆ แตกต่าง เรื่องราวที่ผ่านมาก็แตกต่าง ดังนั้นความคิดต่อเหตุการณ์ย่อมแตกต่างกัน
การเสียใจไม่ได้ช่วยอะไร สิ่งที่ควรทำคือ เข้าใจ
น้ำตาไม่ได้ช่วยอะไร สิ่งที่ควรทำคือ สร้างและติดตั้งหัวใจที่เข้มแข็ง เพื่อยืนหยัดอย่างงดงาม ก่อนที่จะเป็นร่วมเงาอันเข้มแข็ง ให้ร่มเงาและที่อาศัยอันปลอดภัยต่อผู้อื่นได้ และนั่นแหละคือเวลาที่จะได้โอบกอดคุ้มครองภัยต่อคนมากมายได้อย่างแท้จริง ใคร ๆก็ป่วยอ่ะได้ยินข่าวการป่วยของคนหลายคนรอบตัวที่เราห่วงใย ทุกครั้งของการรับรู้ หัวใจสั่นไหว สะท้อนเป็นคลื่นจนน้ำล้นออกทางตาได้ทุกครั้ง คนรอบตัว เรื่องความรักความผูกพันของมิตรภาพต่าง ๆ ก็ย่อมทำให้เรา เจ็บปวดราวกับได้สอดแทรกตัวเข้าไปรับอาการเจ็บป่วยเหล่านั้นแทนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงตอนนี้หนึ่งวันผ่านไป แต่ฉันคงขาดโอกาสเยี่ยม และดูเขาเหล่านั้น จึงได้แต่เพียงหวังว่า อยากมีเสี้ยวเวลา ที่จะได้ดูแลคนที่เรารักและใส่ใจอย่างสุดหัวใจนั้นบ้าง คนหนึ่งนึกอธิษฐานต่อผู้ที่ยิ่งใหญ่เพื่อมิตรหนึ่งอย่างหวังใจ ขอโปรดช่วยดูแลมิตรที่รักให้ปลอดภัย คลายจากความเจ็บป่วย มิตรของฉันคงสัมผัสสิ่งนั้น
คนเดิมอธิฐานต่อผู้ยิ่งใหญ่เพื่ออีกคนหนึ่งด้วยหัวใจ ขอโปรดช่วยดูแลเขาที่รักให้ปลอดภัย ในนิเวศสถานแห่งการปกป้อง เมื่อว่าเขาสุขคนคนนี้จะสุขด้วย เขาไม่รับรู้ความหวังดี ใด ๆ บอกปัดแล้วพาตัวออกมาจากนิเวศนั้น ผู้อ้อนวอนพลันน้ำตาไหล หัวใจไหวถี่ระรัว สองดวงตาฉ่ำโศก กล่าวโทษตัวเอง “เธอยังรักเขาไม่เพียงพอ” ด้วยยังเฝ้าหวังใจ
ระบายความแน่นต่อเมื่อวานนี้ตื่นขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น และมีเรื่องราวให้ทำตั้งมากมายตลอดทั้งวันเลย แต่เราไม่ได้เลือกทำงานที่เร่งด่วนก่อน เราไว้ทำตอนไฟลนก้น ก็เลือกทำงานที่อยากทำก่อนไปเรื่อย ๆอ่ะ ในที่สุดวันนี้เช้าเลยตูดดำเพราะว่าไฟลนก้นอยู่นานทีเดียว เห่อ ๆ แต่ว่าก้เสร็จนะ เพราะก็กะแล้วว่าน่าจะตื่นมาทำได้ทัน อาจจะดชค้ายนิดหน่อยต้องที่ต้อทำหลายเที่ยวเพราะไวเลสมันหลุด แล้วก็ยังไม่ทันได้เซฟมันเลยหายไป ไม่เป็นไร มันส์ดี ตื่นมาก้เบลอเล้กน้อยเพราะ คืนเมื่อวานได้ติดสอยห้อยตามสองสาวทีมยิ้มไปนั่งคิดงานที่บ้านไร่กาแฟ ตอนแรกนั่งทำงานของตัวเองอย่างตั้งใจมาก มีสมาธิมาก พอรุ้ตัวอีกทีเวลาเพิ่งผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ดีใจมาก หันมาเห้นมุมที่กลับกันคือ ทีมยิ้มหน้าเครียดมาก เพราะว่าคิดไม่ออก เราก้เลยไปช่วยคิดสะเลย ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วทำให้งงเพิ่มขึ้นรึป่าวนะ กลับมากนอนเอาเกือบตีสี่ แล้วเจ้ากรรมดันตื่นขึ้นมาตอน7โมงเช้าแบบออโต้อ่ะ วันนี้ทั้งวัน เลย........ไม่ค่อยสดใสเท่าไรเลย เดี๋ยวคืนนี้ต้องทำดูแลร่างกายกันหน่อยแล้วล่ะ ผู้ชายก้ไม่มีไว้ในครอบครองแล้ว ไม่ดูแลตัวเองไม่ได้แล้ว กินเยอะตลอดเลย เป๊ะก้มาชวนกินทุเรียนตลอด... แน่นอ๊ก แน่นใจ๊ (ตัวแน๊นแน่น)ช่วงที่ผ่านมาได้ไปคุยกันคนหลายในเนื่องด้วยโครงการแบ่งปันเพื่อสังคมที่ยั่งยืน เกิดเรื่องต่าง ๆ ให้ทำมากจนไม่ค่อยมีเวลาได้มานั่งบันทึกอะไรเท่าไร พี่หนูหริ่งผู้นำเตือนสติในเรื่องการบันทึกในครั้งนี้เนื่องจากได้ไปคุยกะแกมาเมื่อวาน การพดูคุยกันทำให้เราจำได้อีกครั้งว่าการบันทึกนั้นดีต่อเราขนาดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่มีเรื่องที่ต้องทำมากมายเนี่ยล่ะ เรื่องการบันทึกกลับเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก การกลับมากทบทวนสิ่งที่ได้ทำนแต่ละวัน ของตัวเอง เพื่อตอกย้ำและไม่ผ่านเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาเร็วเกินไปนักจนขาดการใคร่ควร บางครั้งเราลืมไปว่าทำมาตั้งมากมายเรื่องที่เราได้รับมาในแต่ละวันมีอะไรบ้าง แต่ละเรื่องมีหัวใจอย่างไร มีความสำคัญด้านไหนมากน้อยเพียงไร เอาเป็นว่าจะมาทยอยเล่าไปเรื่อย ๆแล้วกันนะ จะได้ระบายความแน่นในตัวออกไปได้บ้าง (^^) คานทอง|--------------------------------------------------------------------------| |มีตำนานเล่าขานกันสืบมา | |มีคานหนึ่งสวยสง่าเปี่ยมราศรี | |อันทางขึ้นนั้นเดินง่ายสบายดี | |แต่ " โทษที " ขาลงยากกกกกก ลำบากลำบน | |ต้นกำเนิดเกิดจากสาวนางหนึ่ง | |สวยสุดซึ้งสวยกว่า น้องน้ำฝน | |เป็นลูกสาวเศรษฐีประจำตำบล | |ชราชน หนุ่มน้อยใหญ่ต่างหมายปอง | |ท่านเศรษฐีองอาจประกาศว่า | |อันลูกข้าหนึ่งนี้ไม่มีสอง | |หากแม้นใครอยากได้ไปคุ้มครอง | |อย่างน้อยต้องทองล้านชั่ง?นี่(ราคา)กันเอง | |แต่ลูกสาวเศรษฐีมีคนรัก | |ยากจนนัก จนยิ่งกว่าจะหาไหน | |โอ้ชาตินี้มีกรรมหนักขอพักใจ | |แค้นบรรลัย ต้องลาไกลไปขุดทอง | |หายไปร่วมสามสิบปีมีทองหลาย | |ข่าวจากสายสมใจให้คลายหมอง | |ว่าน้องนั้นยังดีอยู่ไร้คู่ครอง | |อยู่ไม่ได้จำรีบต้องไปจองเธอ | |บอก "ว่าที่พ่อตา" "มาแล้วครับ" | |มาพร้อมกับทองตามข้อ พ่อเสนอ | |อยู่ที่ไหนหวานใจ I WANT TO SEE HER | |พ่อบอกเออ!!!อยู่ข้างในเข้าไปเลย | |แสนดีใจได้จะพบประสบหน้า | |ร้องถามป้า (ที่นั่งอยู่) | |ป้าบอกว่าก็ตัวฉันเองนี่ยังไง | |จำน้องน้อยไม่ได้น้อยใจนัก | |เจ้าหนุ่มจ้องมองดูอยู่ไม่นาน | |แสนดีใจประมาณว่าน้ำตาไหลหนัก | |หัวใจเต้นระรัว ตัวเริ่มชัก | |ดิ้นสักพักแล้วก็จากโลกนี้ไป | |ทองที่ขนมามากมายทำไงดี | |สาวจึงมีโครงการทำงานใหญ่ | |สร้างเป็นคานไว้นั่งฟังเพลงไทย | |จนหล่อนตายจึงทิ้งไว้เป็น "ชาติพลี " | |คานนี้ขึ้นไปแล้วจะติดใจอยู่ได้นาน | |จะเบิกบานเปี่ยมสง่าและราศรี | |ไร้ปัญหา ไร้บุตรธิดา (และ) ไร้สามี | |ของดีๆ อย่างนี้ต้องแนะนำ ข้อคิด ข้อเตือนใจ เรื่องความรัก1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใคร สักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง 2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลา เราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่าน ประทานมา 3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก ความ ลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว 4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้น พบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป 5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้นแต่เราก็มัว แต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอ 6. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไร กันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน อย่างประทับใจที่ สุด 7. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหา เรา 8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่า หวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่น นั้น ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง 9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจาก หัวใจ 10. อย่าบอกลาถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไป ไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ 11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยัง คงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บ ปวดมาก่อน 12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลา เพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้น ต้องใช้เวลาชั่วชีวิต 13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะ มันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำ ให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ 14. มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขา มาจากความฝัน เพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น 15. ฝันถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้อง การเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้อง การ 16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่ จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมี ความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข 17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะ ว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน 18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลาย ชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำว่ารักอาจเยียวยาและทำให้มีสุข 19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขา จากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่ามันเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเรา ที่ ปรากฎในพวกเขา 20. คนที่มีความสุขที่สุดไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขา สามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก 21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ ที่ พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่า-ของผู้คนที่ได้ สัมผัสชีวิต 22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา 23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่แสนเจ็บปวด คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไป ได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ 24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อ ตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ 25. ความรักก็เหมือนกับการเสี่ยง คุณอาจจะต้องพบกับความล้มเหลว แต่ถ้าคุณไม่ เสี่ยง คุณก็อาจจะต้องพบกับความล้มเหลวตลอดไป 26. ความรัก มักเหมือนแก้วบาง ถ้าหากคุณมือหนัก แก้วที่คุณถือ ก็อาจจะต้องแตก ร้าวทุกครั้งที่คุณใช้มัน 27. ความรัก ง่ายที่เราจะหามัน แต่ยากที่จะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป เจ้าหญิงมีการศึกษาและนะประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ว่าต่อไปนี้ เจ้าหญิงจะเป็นผู้ที่มีการศึกษาแล้วนะ
เนื่องจาก เจ้าหญิง เนี่ยจะเริ่มเรียน ป.โท อย่างเป็นทางการในเดือนหน้านี้แล้ว หลังจากที่ไปจ่ายค่าเทอมมาเมื่อวานนี้
จะเป็นไงบ้างยังไม่รู้เหมือนกัน วันเสาร์ที่ผ่านมาไปปฐมนิเทศมาก็สนุกดีนะ ดูจะเป็นระบบรุ่นที่สนุกสนานระดับหนึ่ง เกือบเท่าตอนปริญญาตรีเลยล่ะมั้ง
แต่อย่างไรก็ต้องรอติดตามชมตอนต่อไปกันก่อนอยู่ดี
ไว้เริ่มเรียนแล้วเป็นไงจะมาเล่าให้ฟังกันถ้วนหน้านะเจ้าคะ
heart of a truefriend Sweet things are easy 2 buy, But sweet people are difficult to find. Life ends when U stop dreaming, Hope ends when U stop believing, Love ends when U stop caring, Friendship ends when U stop sharing. So share this with whom ever U consider a friend. To love without condition, To talk without intention, To give without reason, And to care without expectation is the heart of a truefriend... My thinking made me hurtไม่มีใครทำร้ายจิตใจคุณได้ถ้าคุณไม่ยอมรับมัน
จิงนะ
รู้ไหมนี่ล่ะเป็นสิ่งที่เราประสบมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
วันนี้ ญ. ปวดท้องมากกกกกกกกกกกๆ จนนำตาร่วงตั้งแต่ตอนช่วงสาย ๆ พอมาถึงoffice ก็ฝืนนั่งทำอะไรหน้าคอมไปเพราะคิดว่าอีกปะเดี๋ยวก็คงหายเอง แต่เปล่าเลย กลับยิ่งปวดมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
พี่เดี่ยวพยายามชวนทานข้าว เพราะว่าพี่เดี่ยวหิวแล้ว แต่ว่าเรากิจนไม่ไหวจิง ๆเลยปฏิเสธ สิ่งที่เราไม่เคยปฏิเสธไป...โทษนะพี่
ได้แต่บอกว่าเราปวดท้องมากและนั่งร้องโหยหวนอยู่อย่างนั้น
น้องปาล์มออกไปซื้อเตี๋ยวปากซอย เลยฝากซื้อยา คิดว่าถ้ากินยาคงหายและดีขึ้นเอง แต่ระหว่างที่รอก็ทนปวดไม่ไหวเลยกินพารา(ยาที่ไม่ควรกินเป็นอย่างยิ่ง)ไป1เม็ด
อาการไม่ดีขึ้นเท่าไรนักหรอก ...พอน้องปาล์มมาปรากฎว่ายาที่ต้องการไม่มี ได้ยาที่หมอบอกว่าตัวยาเหมือนกันกับที่เราต้องการ เม็ดสีเหลืองสดน่ากัว และดังนั้น ญ. ไม่กล้ากิน เดินไปหยิบพารามากินอีกเม็ด แล้วขึ้นไปนอนเพราะหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะดีขึ้น ที่ไหนได้ ตลอดระยะเวลาทั้งสิ้นที่นอนอยู่นั้น รู้สึกทุกข์ทรมานอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ลุกไปไหนไม่ได้แล้วได้แต่ทนนอนปวดอยู่อย่างนั้น ช่างเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก กับการสัมผัสกับความเจ็บปวดอย่างล้ำลึก
ราว 6 ชั่วโมงที่ ญ.นอนคุยกับความเจ็บปวดนั้นของตัวเอง ตั้งแต่เริ่มทำความรู้จักกัน จนถึงการคุยเรื่องส่วนตัวของกันและกัน ญ.ว่าเขาก็เป็นเพื่อนที่ดีนะ ทำให้ชีวิต ญ. มีอีกรสชาดหนึ่งที่น่าสนใจ
แน่ละเวลานานขนาดนั้นกับการฟังใครสักคนอย่างลึกซึ้ง มันเยี่ยมมากเลยล่ะ
สุดท้ายชั้นตัดสินใจก่อนที่ตัวเองจะทนไม่ไหว ก่อนที่เพื่อนของฉันจะเบื่อไปเสียก่อน ด้วยการกล่าวคำร่ำลา อย่างเป็นกันเองว่า "อาการปวดท้องของฉันจ๊ะ ฉันตัดสินใจจะฝืนเดินออกไปซื้อยาด้วยตัวองล่ะนะ มันอาจจะยากสักหน่อยล่ะ แต่ชั้นจะลองสู้ชีวิตดูสักตั้ง มันคงน่าสนุกดีไม่ใช่น้อยเธอจงอดทนอีกสักหน่อยนะ เดี๋ยวเธอจะได้กลับบ้านแล้วล่ะอาการปวดท้องของฉัน"
เดินลงมาข้างล่างน้องหงส์กับน้องปาล์มทำกับข้าวกันอยู่ ก็เลยชวนเรากินข้าว บอกว่าจะทำโจ๊กให้กิน (แต่ว่าคนปวดท้องไม่ได้กินโจ๊กแล้วหายนี่น่า)ก็เลยบอกว่าไม่กินเปิดประตูบ้านออกมา พี่เดี่ยวที่คุยโทรศัพท์กะแฟนและเล่นกับเจ้าวิศรุษน้อยลูกชายอยู่ ถามว่าจะไปไหน ก็บอกไปว่าจะออกไปซื้อยา ด้วยหน้าแหยๆ พอลุกขึ้นเดินแล้วรู้ว่าความเจ็บปวดนั้นเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวีคุณทีเดียว โชคดีที่สามคนนั้นไม่ได้ฝากซื้ออะไร เพราะว่าเดินลำบากจริง ๆ
ระหว่างที่เดินรู้สึกได้ว่าแม้กระทั่งลมพัดก็ทำให้เราแทบจะขาดใจตายเพราะความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นนั้น
ระยะทางที่เรามักเดินๆ วิ่ง ๆในวันอารมณ์ได้อย่างมีความสุข และรู้สึกว่ามันแสนสั้นนั้น ไม่เป็นเช่นเดียวกับทุกวันเลย ระยะทางที่เดินไม่รู้เท่าไรจะไปถึงช่างแสนไกลเหลือเกิน รู้สึกปากแห้งมาก คนหลายคนมองมาด้วยความสมเพศปนสงสาร บางคนคงตั้งคำถามในใจว่าเขาเป็นอะไรรึป่าวนะ แต่ไม่ได้มีการพูดสิ่งใดต่อกัน ช่วงที่เดินไม่มีคนใกล้ ๆ จะเผลอร้องโอดโอยออกมาตลอดทาง บางช่วงความเจ็บปวดทวีเพิ่มขึ้นจนต้องหยุดเกาะบางสิ่งบางอย่างอยู่นิ่ง ๆ แล้วบีบมือให้แรงเข้า เพราะรู้สึกเหมือนว่าทำอย่างนั้นแล้วจะผ่อนคลายความทรมานที่มีอยู่ในขณะนั้นได้
ญ. ตัดสินใจข้ามถนนที่ทางเดินของรถไฟใต้ดิน เพราะว่าถ้าเดินแบบนี้ข้ามทางม้าลายอาจทำให้รถใครบุบได้บ้างล่ะ อาจเป็นชาวงเวลาที่ทรมานที่สุดกับการเดินขึ้นลงบันได
ฝางเส้นสุดท้ายแห่งการขอความช่วยเหลือจึงเกิดขึ้น ญ. ยืนร้องไห้อยู่ตรงบันไดทางลงรถไฟใต้ดิน ผู้คนที่ผ่านไปมามองอย่างไม่เข้าใจ แต่น้ำตามันไหลออกมาเอง นาทีต่อมา เราตัดสินใจดทรหาใครสักคน และระหว่างนั้นก็ได้รู้ว่า คนที่จะช่วยเราได้ดีที่สุดคือตัวเราเองไม่ใช่ใครที่ไหน
5 นาทีต่อมา ญ.เดินมาถึงร้ายขายยาและซื้อยาที่ต้องการได้ และเดินอีกนิดไปร้าน seven eleven ข้าง ๆซื้อน้ำแล้วรีบกินยา
แย่จังที่ยาเนี่ยไม่ได้กินแล้วรู้สึกหายในทันที จากนั้น ญ. เลยขึ้นtaxi มาที่หน้าปากซอย แล้วต่อ มอเตอร์ไซด์เข้ามาอีกทีเพราะว่ารถติดไฟแดงจะเสียเวลา
กลับถึงบ้านทุกคนกำลังจะทานข้าวพอดี ตอนแรกคิดว่าจะดีขึ้นแล้วนั่งคุยกับทุกคนที่โต๊ะกินข้าวได้ แต่จริง ๆแล้วไม่เลย ยังเป็นอยู่ แล้วถ้านั่งอย่างนั้นแล้วทุกคนคงรู้สึกกินข้าวไม่อร่อย เลยกินยาอีกเม็ดแล้วขึ้นมานอนบนห้องเหมือนเดิม
พอดีขึ้นก็ลุกขึ้นมาเขียนเนี่ยล่ะ ซึ่งตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมา ปวดอยู่นิด ๆเท่านั้นเอง
เรื่องนี้ ญ. เรียนรู้หลายอย่าง เลยอยากเล่าให้ฟังน่ะ ตอนแรกก็คิดว่าดีจังนะ อะไรที่เราตัดสินใจต่อสู้กับมันแม้จะอยู่ในสถานการณ์ลำมากแค่ไหน ยากแค่ไหน แต่ถ้าเราพยายาม ความสำเร็จก็คงไม่เกินเอื้อมไปได้
ต่อมา เราจำได้ว่าเมื่อก่อนนี้ ทุกครั้งที่เราไม่สบาย เราจะคิดถึงแม่จับใจ เพราะว่าแม่จะคอยดูแลเราตลอดเวลา แล้วก็ร้องไห้กับมัน แต่ครั้งนี้มันป่าวเลยนี่น่า เราแค่รู้สึกว่ายากจัง แต่การพยายามสู้ชีวิตมันสนุกดีนะ มันรู้สึกว่าเรายังเป็นมนุษย์ ที่มีความรู้สึกมากมาย และบากบั่นในทุกวัน เพื่อบางสิ่งบางอย่าง
รวบรวมน้ำตาทุกหยดของเราเพื่อจะเป็นสายน้ำใหญ่อันช่ำเย็นหล่อเลี้ยงชีวิตมากมายต่อไป
|
|
|