Profil von YeingYeing ^^FotosBlogListenMehr Extras Hilfe
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Bitte warten...
Der eingegebene Kommentar ist zu lang. Bitte kürzen Sie ihn.
Sie haben keine Angabe gemacht. Bitte versuchen Sie es erneut.
Ihr Kommentar kann im Moment leider nicht hinzugefügt werden. Bitte versuchen Sie es später erneut.
Zum Hinzufügen eines Kommentars ist die Erlaubnis von einem Elternteil erforderlich. Erlaubnis einholen
Der Elternteil hat die Kommentarfunktion deaktiviert.
Ihr Kommentar kann im Moment leider nicht gelöscht werden. Bitte versuchen Sie es später erneut.
Sie haben die maximale Anzahl an Kommentaren, die pro Tag zugelassen sind, überschritten. Versuchen Sie es in 24 Stunden erneut.
Kommentare wurden in Ihrem Konto deaktiviert, da in unseren Systemen angegeben wird, dass Sie anderen Benutzern möglicherweise unerwünschte E-Mails versenden. Wenn Sie der Meinung sind, dass es sich beim Deaktivieren Ihres Kontos um einen Fehler handelt, wenden Sie sich an Windows Live Support.
Schließen Sie die Sicherheitsüberprüfung unten ab, damit Sie ein Kommentar hinterlassen können.
Die bei der Sicherheitsüberprüfung eingegebenen Zeichen müssen den Zeichen im Bild oder in der Audiodatei entsprechen.

Yeing ^^

Take a chance ,Make a change >>> " My Beautiful World "

Yeing Kritaya D.

Beruf
Ort
Interessen
Sa-Wad-Dee-Ka i'm a girl. Something in my heart make the great dream ,that so hard .

But!!!!! Everytime, the dream is "my power".

Don't forget to take a chance and make a change na ka

Multiply

Laden...Laden...

Soapbox Video

Laden...
เพื่อนที่โรงเรียนมัธยมอ่ะ

Tageskurs

Laden...

Fragen, die ich gestellt habe

Dieser Benutzer ist zurzeit nicht bei Windows Live Fragen und Antworten registriert. Klicken Sie hier, um weitere Infos zu erhalten und gleich loszulegen.

Fragen, die ich beantwortet habe

Dieser Benutzer ist zurzeit nicht bei Windows Live Fragen und Antworten registriert. Klicken Sie hier, um weitere Infos zu erhalten und gleich loszulegen.

Wetter

Laden...

Aktienkurs

Laden...

Windows Media Player

Foto 1 von 13

Stupid Girl

ถูกหลอก
ฉันถูกหลอกให้ทำสิ่งสารพัดด้วยความหวังลมๆ แล้ง ๆ
ที่สุดท้าย  วันนี้ก้ยังไม่ได้รู้ว่าเพื่ออะไร

ทุกครั้งที่
ได้แค่อุปกรณ์ตัวหนึ่ง
เมื่อหมดประโยชน์เธอก็ทิ้งไป

ที่เจ็บปวดอยู่นี่ มิใช่ว่าไม่รู้ทัน
แต่เพราะรู้ เข้าใจในทุกสิ่ง

แต่สิ่งที่ทำคือยอมให้เป็นแบบที่เธอต้องการ

นั่นไงล่ะ...ที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้
 
ทุกครั้งที่ทำลงไป เห็นความสุขบนใบหน้าของเธอ...ฉันเป็นสุข
ทุกครั้งที่นึกถึงความจริง ...เธอทำดีกับฉันทุกครั้งที่ต้องการใช้ประโยชน..........ส่วนที่เหลือไม่ได้ใส่ใจ

ทำให้หลายครั้งที่หลงคิดไปว่าเราพิเศษ 
ทั้งที่ความจริงไม่ใช่.....นั่นล่ะที่เจ็บปวด
 

การอยู่ในสภาพเช่นนี้ให้ดีที่สุด
เสพกับความสุขที่ได้ทำดีเพื่อเธอ
เลิกใส่ใจกับสิ่งดี ๆ ที่เธอให้ก่อนที่จะหลอกใช้
แค่ถามว่าเธอต้องการอะไร แล้วทำให้เธอเท่าที่ทำได้
มีความสุขกับการที่ได้ดูแล..ก็พอ 

ไม่ได้ยอมให้หลอก
ไม่ได้หลอกตัวเอง
...แค่อยากดูแล ..

Thanks a lot kaaaaa

ตอนแรกวันนี้เป็นวันที่น่ากลัวที่สุด

เราคิดว่า เราจะผ่านวันนี้ไปอย่างมีความสุขได้อย่างไร เพราะคนที่เห็นคุนค่าของวันนี้ที่สุด ไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป

 

แต่.....

ขอบคุณ พี่โป้ง พี่เดี่ยว น้องปาล์ม พี่จ๊อด ที่ทำให้ค่ำคืนแรกผ่านไปอย่างมีความหมายและแสนสุขสันต์ให้ความอบอุ่นของพี่ ๆ น้อง ๆ

ขอบคุณของขวัญที่น่ารักที่สุดในโลกของหุ้นส่วนร้านที่รัก(เจี๊ยบ กุ๊ก โจ)และแก๊งป้า ๆ ทุกคน(พี่จ๋า พี่เอ พี่สุ พี่ยุ พี่ต้อง)ค่ะ

ขอบคุณคำอวยพรจากเพื่อนทุกคนที่หลั่งไหลมาจาก SMS ตั้งแต่นาทีแรกของวัน

ขอบคุณคำอวยพร ที่ส่งผ่านทั้งทางคำพูดและแววตาของเพื่อนร่วมสาขาทุกคน

ขอบคุณสมาคมนักแบดมินตันแห่งMC 5 ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกินอาหารจนพุงกางที่ร้านเหรียญแก้ว(พี่อ๋อ{พี่ใหญ่ในการเลี้ยงครั้งนี้} อีฟ[ที่ร่วมเลี้ยงรับปริญญาและวันเกิด] กุ๊ก อ้อง พี่บี ปอ เบลล์)

สุดท้าย ครอบครัวที่แสนรักที่อบอุ่นเสมอโดยเฉพาะ แม่ และป้า ที่เพียงแค่นึกถึงความรักที่มีให้ ญ. ก็อบอุ่นที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ

 

ความรักอยู่กับเราเพียงเราสร้างมันขึ้นมา

วันเวลาที่ดีกับวันเวลาที่เลวร้าย เกิดขึ้นได้ง่ายและยาก ขึ้นอยู่กับเรา พยายามและกำหนดมัน  

วันสำคัญ คนสำคัญ

เมื่อวันสำคัญแห่งปีกำลังก้าวเดินทางมาถึงอีกครั้งหนึ่ง

หัวใจไหว ๆ กับความรวดเร็วของเวลาที่ผ่านเข้ามา

 

อีกปีหนึ่งแล้วหรือ....กับการเติบโตของบางสิ่ง  กับการหยุดอยู่ของอีกหลายสิ่ง

 

ชีวิตที่เดินต่อไป...

ยิ่งเดิน ยิ่งห่างไกล สิ่งที่เราเรียกว่า อดีต

....ออกไปเรื่อย ๆ   เรื่อย ๆ

 

แม้การโหยหาในบางสิ่ง ก็ทวีขึ้นตามระยะทาง

แต่ไม่มีสิ่งใดหวนคืนกลับมาได้อีก ผลักดันให้หัวใจค่อย ๆ เข้มแข็งและเติบโต

 

การเห็นชีวิตของเราชัดเจนขึ้น ตรงกันข้ามกับสายตาที่สั้นลงตามอายุไข

 

 

วันนี้.....

อีกวันที่น้ำตาของฉันไหลอยู่ในอก  เมื่อคิดถึงเรื่องบางเรื่องที่ไม่มีวันหวนคืนมา

ช่วงเวลาที่แสนวิเศษของคนสำคัญที่สุดในชีวิตฉัน

ช่วงเวลาที่ฉันเกิด  คนที่คลอดฉันออกมา  คนที่ไม่มีวันหวนคืนมา

 

ทุกครั้งที่หลับตาฉันยังจำความอบอุ่นของอ้อมกอดแสนรักนั้นได้ดี

ทุกครั้งที่หลับตาฉันยังเห็นใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา ความหวัง

ทุกครั้งที่หลับตาการกระทำทุกอย่างนั้นยังเป็นมโนภาพที่ชัดเจน

และแม้ไม่ต้องหลับตา..ความรักที่ฉันมีต่อเขาคนนั้นมากมาย ชัดเจน และเป็นพลังเสมอ

และนั่นแหละที่ผลักดันให้ฉันเติบโตและเข้มแข็งขึ้น กับน้ำตาแห่งความรักที่รินออกมาเพื่อ ผู้หญิงที่ฉันรักที่สุดคนนี้

 

แม่... 

Life is living step

ผ่านวันเวลามาเรื่อย ๆ กับชีวิตที่มีเรื่องราวที่เปลี่ยนแปลงไปมาทุกวัน

เรื่องราวมากมายผ่านเข้ามา การตัดสินใจใหม่ ๆ ในทุก ๆ วัน ทุกสิ่งเปลี่ยนใหม่

มีคนถามฉันว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตที่ไม่มั่นคงแบบนี้ของตัวเอง

ฉันตอบกลับไปในทันใดว่า "เดินต่อไปเรื่อย ๆ อย่างสุขใจกับการเปลี่ยนแปลงนั้น"

ชีวิต ไม่ใช่เรื่องที่มีความแน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ....ฉันก็แค่ก้าวเดินไปเรื่อย ๆ บนเส้นทางที่ไม่มีวันสิ้นสุดตราบเท่าที่ชีวิตฉันคงคงอยู่

ฉันชอบคำว่า "บากบั่นมุ่งไป" นะ ...ฉันว่าฉันกำลังทำสิ่งนั้น ....ฉันมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าข้างหน้าของฉันคืออะไร ต้องเดินไปทางทิศไหน....สิ่งที่ฉันเห็น..ก็แค่สิ่งที่ปลายทาง ที่อยู่ในมโนภาพจินตนาการขอฉันเอง แม้มันจะเลือนลางเหลือเกิน   แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือการมีความสุขกับวันนี้ไงล่ะ 

มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทำและเป็นทุกอย่างได้

ไปดูหนังเกาหลีเรื่องหนึ่งมา เป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีแต่ความรักที่เป็นไปไม่ได้เลย มาตลอดชีวิต .....เนื่องจากเป็นคนอ้วน โดยเนื้อเรื่อง ๆ นี้สำหรับเราแล้วเป็นเรื่องตลาด ๆ ทั่วไป ที่เห็นหนังหลายเรื่องทำขึ้น

อาจจะเป็นด้วยสาเหตุที่ปัจจุบันโลกของเราตัดสินคุณค่าของความเป็นคนโดยใช้เรื่องรูปร่างหน้าตาแป็นปัจจัยหลักปัจจัยหนึ่งก็เป็นได้ 

เนื้อเรื่องทำให้ผู้หญิงคนนี้ดำเนินชีวิตไปในเส้นทางของการทำศัลยกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งความสวยที่สังคมยอมรับ คำชื่นชมที่จะมาแทนคำด่าและความรังเกียจที่มีต่อตัวเธอของสังคม เพื่อลบคราบน้ำตาทุกหยดที่สังคมทำขึ้นกับชีวิตของเธอมาโดยตลอด

ความสนุกสนานของเรื่องเกิดขึ้นโดยความสามารถในการผลิตของประชาชนชาวเกาหลีจริง ๆ ค่ะ ทั้งสนุก ตลก เศร้า ... ได้ทุกอารมณ์ในเรื่องเดียว

จุดที่สำคัญที่สุดของหนังเรื่องนี้สำหรับฉันแล้วก็คือ คำสอนของพ่อนางเอก ที่ในเรื่องนี้เป็นบุคคลซึ่งต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลทางจิตที่ว่า มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทำได้ทุกอย่าง ดังนั้นเราจงทำในสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุด

วันนี้ถ้อยคำนี้เข้ามากระทบใจของฉันให้สั่นไหว น้ำในตาค่อย ๆ ไหลออกมา หวนคิดทบทวนถึงเรื่องราวหลายเรื่องราวที่ไหลผ่านมาแล้วในอดีต เกิดเป็นกำลังใจอย่างเท่าท้นทวีคูณ

ซึ่งฉันเองเชื่อว่าผู้สร้างภาพยนต์เรื่องนี้คงมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะสื่อสารถ้อยคำนี้ออกมาเป็นแน่แท้ และคิดว่าหลายคนที่ได้ชมผลงานชิ้นนี้แล้วได้ลองใคร่ครวญสักหน่อย จะได้สัมผัสถึงความจริงที่แสนจะเอิบอิ่มใจนี้ด้วยเช่นกัน

อีกอย่าง...

ความมุ่งมั่นและตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการทำสิ่งที่ตนเองมุ่งหวังเพื่อ ก้าวสู่สิ่งใหม่ในโลกที่โหดร้ายของผู้หญิงคนนี้ คงเป็นการบอกกล่าวเรื่องความตั้งใจจริง และเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆที่รออยู่ของทุกคนด้วย

          สำหรับฉันแล้วหนังเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไร้สาระเลยนะ

          ชอบ 

เกมรัก

อยากให้เข้าเล่นอันนี้กันอ่ะwww.loveanalyst.com/54607.love 

ออกกำลังกาย....เพื่อนชวนทำอะไรดี ๆ

        กับวันแห่งการตั้งใจเรียนของทุกคน ที่เราออกเดินทางจากบ้านตอนเก้าโมง ซึ่งเป็นเวลาเข้าเรียนดังนั้นจึงเข้าห้องเรียนช้าไปหนึ่งชั่วโมง
        เป็นการเรียนที่ดีนะ อาจารย์ให้ตัวอย่างทุกอย่างได้ดู
        พอตอนกลางวันทุกคนก็วุ่นวายเดินออกจากห้องไปกินข้าวกัน มองซ้ายมองขวาหาโตนกะบ๊อบไม่เจอแล้ว ฉันเดินไหลไปเรื่อย ๆ เหมือนทุกครั้ง หนิงกะกุ๊กที่เดินรั้งท้ายมาด้วยกัน พร้อมกับแก๊งพี่ต้อง พี่สุ พี่เอ พี่จ๋า เห็นพ้องต้องกันว่าอยากเปลี่ยนที่กินข้าวไปที่อื่นที่ไม่ใช่ท่าชัยบ้าง  เราเดินเผชิญแดดจากท่าชัยผ่านสนามที่สาวๆรองเท้าส้นแหลม ได้ของฝากเป็นดินโคลนติดมากด้วย
        พอมาถึงเห็นที่นั่งเป็นเบาะนวมขนาดใหญ่ราวกับเก้าอี้ผู้บริหาร อาหารก็น่าตาดี แอร์เย็น....
        เมื่อทุกคนตกลงใจเลือกกินข้าวที่นี่ สิ่งแรกฉันเดินไปซื้อคือกาแฟเพื่อแก้ง่วงในการเรียนตอนบ่าย สั่งกาแฟเสร็จก็ไปซื้อลูกชิ้น หนิงกะกุ๊กลงความเห็นให้กินส้มตำ  ...ตกลงตามนั้น..
        อาหารมื้อนี้สุดแสนอร่อยสำหรับทุกคน สนุกสนานไปกับเรื่องเล่าบนโต๊ะอาหาร ซึ่งก็คือการพูดถึงบรรยากาศรอบ ๆ ที่เต็มไปด้วยคนแปลก ๆ ใหม่ ๆ และผู้ชายหล่อ ๆ(เนี่ยล่ะประเด็น)ซึ่งทุกสายตามองมาที่โต๊ะเรา ราวกับเป็นห้องอาหารนี้ "ขาดผู้หญิงมานาน" "พวเราสวย" หรือว่า "อีพวกนี้เสียงดังจัง" ....
        แต่ไม่ว่าอย่างไร การมองถูกมองจากทุกสายตาในครั้งนี้ทำให้เราไม่กล้ามองออกไปนอกโต๊ะเลยด้วยความเขิน (แอบคิดว่าอย่ามามองเค้ามากได้ไหม เดี๋ยวเค้าสึก)คือแบบว่าปกติชอบมองแทะโลมผู้ชายมากกว่าถูกมองนี่น่า(พักนี้ยิ่งอ้วน ๆอยู่)
        พอกลับมาเพื่อนทุกคนในสาขาถึงกับลงความเห็นว่าอยากไปทานข้าวที่เดียวกันบ้าง (ฮ่าฮ่า)
        พี่บีหิวน้ำขึ้นมาเลยไปซื้อน้ำที่โรงอาหารนี้บ้าง แล้วกลับมาหน้าเศร้าบอกทุกคนว่า "ตลาดวายแล้วว่ะ"(อิอิ)
        ตอนบ่ายนั่งรออาจารย์อยู่หน้าห้องเกือบสองชั่วโมง พี่บาสโทรตามปรากฎว่าอาจารย์ลืม ทุกคนเดินทางกลับบ้านกันโดยด่วน กุ๊กกะโจชวนให้ไปตีแบดด้วย ซึ่งพอคิดว่าจะได้ออกกำลังกายก็พยักหน้าไปโดยอัตโนมัติ
        ไปถึงคอร์ดแบด ได้รู้ว่ามีคนมาหลายคน มีรายชื่อสมาชิกดังต่อไปนี้ พี่อ๋อ พี่ตรี อีฟ แยม กุ๊ก ปอ เบลล์ พี่บี อ้อง แจน ปลา กัส
        เนื่องจากมาโดยไม่ได้คาดคิด ต้องขอบคุณพี่อ๋อให้ยืมกางเกง แยมให้ยืมรองเท้า และคุณพี่สักคนที่เราขโมยไม้มาตอนแรกซึ่งคิดว่าเป็นของเบลล์ (เสร่อมาก)
        จับบัดดี้กับพี่อ๋อ ที่เล่นเท่าไรก็ไม่เหนื่อยแถมเก่งมากด้วย ปรากฎว่าตีไปประมาณ 7 เกมได้ เกมแรก ๆก็ตีดีเข้าขากัน พอเริ่มเกมที่สี่ก็แพ้ตลอดมา(ฮ่าฮ่า)
        สี่โมงครึ่งก็แยกย้ายกันกลับ เหนื่อยกันสุด ๆ แต่ก็นับว่าคุ้มที่ได้ออกกำลังกาย ครั้งหน้าก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมกว่านี้อ่ะ
        ต่อไปถ้าไปได้เป็นกิจวัตรก็คงดีต่อสุขภาพร่างกายที่ต้องทั้งทำงานหนัก เรียนหนัก
        มีเพื่อนที่ชวนกันทำอะไรดี ๆแบบนี้   ....ดีจังเลยนะ

หายเร็วๆนะ

 
เธอรำคาญหรือ?
ไม่อยากคุยกันหรือ?
เหนื่อยหรือ?
ต้องการให้ฉันเจ็บปวดหรือ?
 
ไหนว่าไม่อยากให้ฉันไปไหน?
อยากให้เราเป็นอย่างนี้ตลอดไป
สิ่งที่เธอทำมันกำลังบอกว่าไม่ใช่...ไปให้ไกล....
 
ถ้าเป็นคนอื่นเธอจะทำอย่างนี้กับเขาไหม?
โดนตะคอกโดนว่า วางหูใส่
ฉันควรทำและควรคิดอย่างไร?
 
คนอ่อนโยน ใจดี หายไปไหน?
หัวเราะได้กับทุกคนยกเว้นแค่ฉันหรือ?
 
ขอบคุณที่ให้สิทธิพิเศษนั้น...
คนอ่อนไหวอย่างฉันจะอดทน
 
เข้าใจเธอในวันที่อ่อนล้า
แม้ทุขใจอย่างไรให้มั่นคง..กับทุกคน
ไม่ต้องการบอกมาไม่ต้องทน
...ถ้าต้องการ....ให้กลับ....มาที่เดิม
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             
 
 
 

ภาวะโลกร้อน:ธุรไม่ใช่?

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket 

       วันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมานี้ ได้ไปฟังการพูดคุยเกี่ยวกับเองภาวะโลกร้อนมาล่ะ น่าสนใจมาก ได้รายละเอียดจากการถอดเทปมา ก็เลยได้เอามาเผยแพร่ให้ทุกคนได้อ่านกัน  ขอให้บันเทิงกันถ้วนหน้านะคะ

 

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

 

โลกร้อน: ธุระไม่ใช่

 

                ด้วยปัจจุบัน โลกได้รับผลกระทบจากการกระทำด้วยน้ำมือมนุษย์ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม สิ่งที่เกิดขึ้นทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันไม่ใช่เภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว  เพราะทุกคนถือเป็นประชากรหนึ่งในโลกใบนี้อย่างเท่าเทียมกัน

                เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2550 SVN ได้จัด SVN Talk ครั้งที่ 4/2550 หัวข้อ โลกร้อน: ธุระไม่ใช่ ณ สถาบันศศินทร์ จุฬาฯ ชั้น 5 ห้อง 502 โดยผู้นำเสวนาครั้งนี้ประกอบด้วย ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา  คุณปิลันธน์  ธรรมมงคล และคุณสุทธิชัย  เอี่ยมเจริญยิ่ง เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 ท่าน

 

ทำไมโลกร้อน?

            ดร.อานนท์ กล่าวว่า  ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ส่งผลให้อุณหภูมิของบรรยากาศสูงขึ้นกว่าในอดีตเมื่อ 100  ปีก่อน 1 2 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิตและมีผลทำให้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไป การที่อุณหภูมิน้ำทะเลร้อนขึ้นทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น แพลงตอน แบคทีเรีย ฯลฯ บางชนิดหายไป บางชนิดเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดโรคและพาหะของโรคชนิดใหม่ ในส่วนของระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะ ส่งผลกระทบต่อป่าชายเลนและป่าชายหาด น้ำทะเลที่ร้อนขึ้นยังนำไปสู่ปรากฎการณ์การฟอกขาวของปะการัง หากประเทศต่างๆ ไม่มีการควบคุมภาวะโลกร้อนไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม คาดว่าในระยะเวลา 100  ปีข้างหน้าอุณหภูมิของโลกจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันถึง 45 องศา ก่อให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรง 1 ใน 4 ของประชากรโลกจะไม่สามารถดำรง ชีวิตได้

 

                      

                            ภาพจาก Global Warming Exhibition of National Academy of Science (US)

 

                แต่การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของ CO2 ที่ออกมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม รถยนตร์ หรือการกระทำใดๆ ที่เผาเชื้อเพลิงฟอสซิล (เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ) ส่งผลให้ระดับปริมาณ CO2 ในปัจจุบันสูงเกิน 300 ppm (300 ส่วน ใน ล้านส่วน) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 แสนปี  ซึ่ง คาร์บอนไดออกไซด์ ที่มากขึ้นนี้ ได้เพิ่มการกักเก็บความร้อนไว้ในโลกของเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็น ภาวะโลกร้อน ดังเช่นปัจจุบัน

                ประกอบกับมีการนำทรัพยากรใต้พิภพมาใช้มากยิ่งขึ้น เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นการขุดขึ้นมาใช้ ยังรวมถึงพลังงานไฟฟ้าด้วย  นอกจากปรากฎการณ์เรือนกระจกที่เกิดขึ้น ที่เป็นสาเหตุหลักในการก่อให้เกิดโลกร้อนแล้ว แต่ยังมีผลร้ายอื่นๆ อีกนอกเหนือจากโลกร้อนคือ ความเป็นกรดของน้ำสูงขึ้น ซึ่งเมื่อเป็นกรดมากขึ้นเท่าไหร่นั้นหมายถึงสัตว์ทะเลก็จะไม่สามารถอยู่อาศัยได้ดังเดิม  เมื่อพิจารณาความร้อนของโลกตามผลการวิจัยพบว่า อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 1 องศา ผลที่ออกมาแน่นอนไม่ทำให้ถึงตาย แต่ทำให้แผ่นดินร้อนมากกว่าน้ำ โดยปกติลมจะพัดจากที่เย็นเข้าหาที่ร้อน เมื่อพัดมากจะก่อให้เกิดฝนตก ซึ่งส่งผลให้บริเวณชายทะเลมีฝนตกชุก ฤดูฝนจะสั้นขึ้น ก่อให้เกิดภัยบัติและน้ำท่วม 

                       

               

                นี่คือปริมาณ CO2 ในปัจจุบัน (จุดสีเหลือง) ซึ่งตลอด 650,000 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีปริมาณ CO2 สูงกว่า 300 ppm (300 ใน ล้านส่วน) เลย จนกระทั่งปัจจุบัน  แสดงให้เห็นถึงวิกฤติด้านโลกร้อน หากทุกคนไม่ช่วยกันลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อย โลกนี้จะร้อนขึ้นอีกขนาดไหน

 

                      

 

                นี่คือปริมาณ CO2 ที่คาดการณ์ไว้ในอีก 50 ปีข้างหน้า หากเรายังไม่หยุดการปล่อย CO2 มหาศาล

 

                ผลกระทบอีกประการหนี่งที่ส่งผลโดยตรงกับประเทศไทย คือ มรสุมฤดูแล้งจากทางเหนือของประเทศจีน ความหนาวจะไม่เหมือนในอดีต ลมมรสุมจะเบาลงแต่พัดนานขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีช่วงแห้งแล้งนานขึ้น  ฉะนั้นสิ่งที่ต้องระวังคือการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำใช้ในเกษตรกรรม

 

ทำธุรกิจด้วยจิตสำนึก

                คุณปิลันธน์ ดำเนินธุรกิจฟอกย้อม อุตสาหกรรมสิ่งทอ  การประกอบการประเภทนี้ต้องใช้ทรัพยากรน้ำเป็นหลักในการดำเนินการ ซึ่งใช้โดยประมาณ 200 คิว เมื่อเทียบกับธุรกิจทั่วไปคิดเป็น 20 เท่า ประกอบกับทำ CT (Clean  Technology) โดยยึดหลักการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิตมากกว่าการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ

                หัวใจในการปรับปรุงกระบวนการผลิตยึดหลัก 1 A+3R ได้แก่

                1 A - Avoid = เลี่ยง  คือ การใช้พลังงานอย่างไร้ค่า

                1R – Reduce = ลด คือ ลดจำนวนการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง

                2R – Reuse = ใช้ซ้ำ คือ นำสิ่งของที่ใช้แล้วกลับมาใช้อีกครั้ง

                3R – Recycle = แปรรูปนำกลับมาใช้ใหม่ คือ การนำของใช้แล้วกลับมาแปรรูปผลิตใหม่

                กระบวนการ 1A+3R ดังกล่าวส่งผลให้ปัจจุบันโรงงานสามารถลดการใช้น้ำสำหรับฟอกย้อมลงจาก 200 ลิตร เป็น 100 ลิตร ซึ่งผลผลิตออกมาจำนวนเท่าเดิม และส่งผลให้คืนทุนให้โรงงานได้เร็วอย่างคุ้มค่ามากขึ้น แต่หัวใจสำคัญในการทำ CT อยู่ที่จิตสำนึกของคน ทำอย่างไรให้พนักงานเห็นดี และสนุกที่จะทำกิจกรรมร่วมกัน การมองที่ตัวเงินเพียงอย่างเดียวจะไม่ได้จิตใจของคนทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากแต่ต้องเริ่มทำก่อนที่อะไรจะสายเกินไป

                ผลพลอยได้ที่แต่ละองค์กรทำนอกจากเพื่อโลกใบนี้แล้ว ยังส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง สามารถเพิ่ม Productivity ใน 3 ส่วนที่สำคัญ คือ 1.Quality คุณภาพ 2.Cost ต้นทุน และ 3.Delivery การส่งมอบ สิ่งสำคัญคือการปรับกระบวนการ ให้ความสำคัญทั้ง Input, Process, Output ทั้งกระบวนการมากกว่ามองที่ Output เพียงอย่างเดียว โดยประเด็นที่ต้องปรับปรุงมีด้วยกัน 3 ป ได้แก่ 1.ปรับปรุงคน 2.ปรับปรุงเทคโนโลยี และ 3.ปรับปรุงการจัดการ  ทุกอย่างที่ดำเนินการต้องใส่ระบบการจัดการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน  พร้อมทั้งเปลี่ยนมุมมองว่าทุกอย่างต้องเป็นไปได้ ยิ่งทำเรายิ่งได้

                คุณปิลันธน์ ยังกล่าวไว้อีกว่า ทุกวันสิ่งที่โต้เถียงกันคือมุมมองที่ต่างกัน  อย่ากังวลจนไม่เกิดการทำ สิ่งจำเป็นต้องมีการแยกแยะว่าอะไรเป็นความจริง  และสิ่งสำคัญที่ได้จากการทำ CT คือความยั่งยืนเกิดขึ้นที่เราเริ่มต้น

 

ร่วมกันใส่ใจ ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง

            การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ร้อนขึ้น แน่นอนก๊าซธรรมชาติก็ต้องเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยมันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น  สิ่งสำคัญคือการใส่ใจในสิ่งแวดล้อมด้วยจิตสำนึก ไม่ใช่แบ่งว่าเป็นภาระของใครหน่วยงานใดโดยเฉพาะ การสื่อสารให้ทุกคนตระหนักถึงภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะร้ายแรงถ้าเราไม่เริ่มทำอะไรกันเลย

                สิ่งที่ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สนใจเรื่องดังกล่าว อาจเป็นเพราะการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึง  ขาดข้อมูลข่าวสาร และยังถือว่าเป็นเรื่องไกลตัว รัฐบาลต้องให้ความสำคัญพร้อมทั้งกำหนดนโยบายอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงปฏิบัติ ทำให้เป็นกระแสอย่างต่อเนื่อง ไม่หมดไปตามยุคสมัยหรือทำตามกระแสเพียงอย่างเดียว

                นอกจากนี้ ต้องมีการศึกษาสภาพภูมิประเทศของไทยเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและหามาตรการป้องกัน  ซึ่งภาครัฐกำลังหันมาให้ความสำคัญมีการกำหนดโครงการ CTM  ที่เป็นโครงการว่าด้วยการพัฒนาสะอาดเพื่อแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจก ซึ่งอยู่ระหว่างการลงพระปรมาภิไธย  ฉะนั้นหลายๆ ผู้ประกอบการต้องเริ่มดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว  ส่วนบุคคลทั่วไปเริ่มง่ายๆ ได้ที่ตัวท่านเอง  เช่น การประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ลดการใช้รถส่วนตัว หลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของขยะ ใช้สินค้าที่อยู่ในท้องถิ่นให้มากขึ้นแทนการใช้สินค้าที่ต้องมีการขนส่งระยะไกล  เป็นต้น  เพื่อลดปัญหาโลกร้อนให้กลับมาเป็นโลกสวยงามดังเดิม

 

 

10 อย่างง่ายๆ หยุด ภาวะโลกร้อน

Apr 10th, 2007 by Global Warming Print This Post

            คู่มือช่วยลด ภาวะโลกร้อน Ten Things To Do จาก An Inconvenient Truth

            1. เปลี่ยนหลอดไฟ  การเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้เป็นฟลูออเรสเซนต์หนึ่งดวง จะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 150 ปอนด์ต่อปี

            2. ขับรถให้น้อยลง  หากเป็นระยะทางใกล้ๆ สามารถเดินหรือขี่จักรยานแทนได้ การขับรถยนตร์เป็นระยะทาง 1 ไมล์จะปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ 1 ปอนด์

            3. รีไซเคิลให้มากขึ้น  ลดขยะของบ้านคุณให้ได้ครึ่งหนึ่งจะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 2,400 ปอนด์ต่อปี

            4. เช็คลมยาง  การขับรถโดยที่ยางมีลมน้อย อาจทำให้เปลืองน้ำมันขึ้นได้ถึง 3% จากปกติน้ำมันทุกๆ แกลลอนที่ประหยัดได้ จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 20 ปอนด์

            5. ใช้น้ำร้อนให้น้อยลง   ในการทำน้ำร้อน ใช้พลังงานในการต้มสูงมาก การปรับเครื่องทำน้ำอุ่น ให้มีอุณหภูมิและแรงน้ำให้น้อยลง จะลด คาร์บอนไดออกไซด ์ได้ 350 ปอนด์ต่อปี หรือการซักผ้าในน้ำเย็น จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปีละ 500 ปอนด์

            6. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์เยอะ เพียงแค่ลดขยะของคุณเอง 10% จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 1,200 ปอนด์ต่อปี

            7. ปรับอุณหภูมิห้องของคุณ (สำหรับเมืองนอก) ในฤดูหนาว ปรับอุณหภูมิของ heater ให้ต่ำลง 2 องศา และในฤดูร้อน ปรับให้สูงขึ้น 2 องศา จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 2,000 ปอนด์ต่อปี

            8. ปลูกต้นไม้  การปลูกต้นไม้ หนึ่งต้น จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมัน

9. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่   ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ใช้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับพันปอนด์ต่อปีและอย่างสุดท้าย
            10. บอกเพื่อนๆ ของคุณเกี่ยวกับวิธีเหล่านี้

           

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ชีวิตไม่เจียมของแม่สาวขี้เกียจ

 

ชีวิตช่วงนี้มีเรื่องต้องทำมากมาย ทั้งทำงานและเรียน..

ก็เพราะเราเองล่ะ ที่หาเรื่องมาใส่หัวใส่ตัว 

ทั้ง ๆ ที่ตอนทำงานอย่างเดียวก็ไม่ได้มีเวลาว่างไปทำอย่างอื่น ทำงานมันเกือบจะตลอดเวลา รับโน่นรับนี่เหมือนเป็นคนเก่งทำได้ ... เฮ้อ..

แล้วนี่!!!  คือไม่เจียม..อยากเรียนได้ด้วย ให้ชีวิตวุ่นวายเพิ่มขึ้น

ซ้ำนะ...เรื่องความสัมพันธ์ในรูปแบบที่ห่างหายไปนาน   ก็กลับมาวนเวียนในช่วงเวลาเดียวกันนี่อีกครั้ง

ลูกๆ(ตับเป็ด เต้าหู้ เต้าฮวย เต้าส่วน โมจิ)ก็คงเหงาหงอยกันไปตามระเบียบ เพราะว่าแม่มีเวลาให้น้อยมาก

 

ตอนนี้ทางออกของเราก็คือ

1.        ห้ามหารับเรื่องใด ๆ เข้ามารับผิดชอบอีก

2.       ต้องมีระบบระเบียบในชีวิตให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเวลา และบังคับตัวเองให้ทำตามตารางเวลาให้ได้ (แบ่งเวลาที่ทำทุกอย่างได้อย่างสมดุล)

3.      ใจเย็นและใส่ความรักกับเรื่องรอบตัวให้มากขึ้นอีก มองโลกให้สดใสสวยงามเสมอเหมือนเดิมให้ได้ ไม่เร่งเร้าตนเองและคนอื่น อดทน(2-3 ปีเท่านั้น มันก็จะผ่านไปด้วยดี) และให้อภัยง่าย ๆ ทั้งต่อตนเองและคนอื่น

4.      ให้กำลังใจตัวเองในทุก ๆ วันเวลา เริ่มต้นและตั้งใจใหม่ในทุกเช้าทำให้ดีที่สุด และยอมรับผลที่เกิดขึ้นด้วยใจผ่อน

5.       ตอนนี้นึกออกแค่สี่ข้อ ใครนึกออกอีกก็มาบอกหน่อยแล้วกัน

 

ทุกคนต้องช่วยกันภาวะนาให้เป็นไปได้ตามนี้และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ และที่สำคัญต้องเข้าใจด้วยถ้าไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลใครบางคนไป แต่ห้ามคิดว่าเราไม่ว่างแล้วไม่อยากรบกวนนะ  รบกวนได้ตลอดเลยมีไรที่เราช่วยได้ ขอให้มาบอกเราจะมีความสุขมากที่ได้ช่วยบ้าง

 

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket